ประโยชน์ของการลงทุนเพิ่ม

ในช่วงหกปีข้างหน้า เอ็กซอนโมบิลมีแผนที่จะลงทุนอีกกว่า 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในความริเริ่มต่างๆ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้ จะทำให้ความพยายามที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงงานของเราให้เดินหน้าต่อไปได้มากขึ้น จากจุดนั้น กล่าวได้ว่า เป็นไปตามแผนที่จะลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซในปีพ.ศ. 2568 ได้ภายในสิ้นปีนี้เลย สี่ปีก่อนเวลาที่คาดไว้ และยิ่งไปกว่านั้น เรายังได้มุ่งทำงานตามแผนลดการปล่อยก๊าซอย่างหนักยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการที่เราสนับสนุนเป้าหมายตามความตกลงปารีส ปฏิญญาโลกเกี่ยวกับมีเทนของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป รวมทั้งแผนปฏิบัติการลดการปล่อยมีเทนของสหรัฐฯ ซึ่งประกาศไปเมื่อเร็วๆ นี้

เงินลงทุนส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ธุรกิจ Low Carbon Solutions ของเรา ซึ่งมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคที่ขจัดคาร์บอนได้ยาก เช่น อุตสาหกรรมหนัก การขนส่งเชิงพาณิชย์ และการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเมื่อรวมกันแล้ว คิดเป็นกว่าร้อยละ 80 ของการปล่อยก๊าซที่เกี่ยวข้องกับพลังงานโลก

เราเห็นโอกาสมากมายในการใช้เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของเราในด้านการดักจับและกักเก็บคาร์บอน ไฮโดรเจน และเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งสำคัญต่อการส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซของโลก เราคาดว่าโอกาสเหล่านี้จะมีมากขึ้น เมื่อมีนโยบายสนับสนุนการแก้ปัญหาคาร์บอนต่ำเพิ่มมากขึ้น

การดักจับและกักเก็บคาร์บอน

ในบรรดาเทคโนโลยีเหล่านั้น ที่สำคัญคือการดักจับและกักเก็บคาร์บอน ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าจะรวบรวมคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมา ไปกักเก็บไว้อย่างปลอดภัยลึกลงไปใต้ดิน การดักจับและกักเก็บคาร์บอนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการไปถึงจุดที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในพ.ศ. 2593 ตามความเห็นของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอิสระ อย่างทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ และคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลของสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เอ็กซอนโมบิลเป็นผู้นำของโลกในการดักจับคาร์บอน และดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ที่มนุษย์สร้างขึ้นได้มากกว่าบริษัทใด ๆ

ไม่กี่เดือนนี้เองที่เราประกาศแนวคิด “ศูนย์กลาง” ดักจับและกักเก็บคาร์บอนหลายแห่ง ในจุดที่อุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซสูงสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ทำให้ได้ประโยชน์จากต้นทุนที่ถูกลง มีการใช้การดักจับและกักเก็บคาร์บอนมากขึ้น และต่อไปจะสามารถลดการปล่อยก๊าซที่เกี่ยวข้องกับไฮโดรเจนและเชื้อเพลิงชีวภาพได้

แนวคิด “ศูนย์กลาง” ของเราได้รับความสนใจในทางบวกอย่างล้นหลาม

บริษัทสิบเอ็ดแห่งรวมทั้งเอ็กซอนโมบิล แสดงความสนใจที่จะสนับสนุนศูนย์ดักจับและกักเก็บคาร์บอนขนาดใหญ่ในเขตอุตสาหกรรมฮุสตัน เราเชื่อว่าเมื่อถึงพ.ศ.2583 เป็นไปได้ว่าจะสามารถดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงกลั่นน้ำมัน โรงงานปิโตรเคมี และโรงไฟฟ้าในพื้นที่ดังกล่าวได้ประมาณปีละ 100 ล้านเมตริกตัน ซึ่งเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทุกวันนี้ จากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้น้ำมันมากกว่า 20 ล้านคัน*

ในไวโอมิง เรากำลังวางแผนขยายขีดความสามารถในการดักจับและกักเก็บคาร์บอนที่โรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติและฮีเลียมของเรา ซึ่งดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าโรงงานอื่นใดในโลกนี้อยู่แล้ว

ในยุโรป เอ็กซอนโมบิลกำลังทำงานร่วมกับบริษัทและรัฐบาลต่างๆ เพื่อพัฒนาศูนย์ดักจับและกักเก็บคาร์บอนที่มีศักยภาพในสกอตแลนด์ ฝรั่งเศส เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ เราสรุปเค้าโครงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับศูนย์ดักจับและกักเก็บคาร์บอน เพื่อรองรับเขตอุตสาหกรรมหนักต่างๆ โดยรอบสิงคโปร์ นอกจากนั้น เราได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับเปอร์ตามิน่า ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานของรัฐบาลอินโดนีเซีย เพื่อประเมินศักยภาพในการใช้งานเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำที่นั่น และอีกฉบับกับเปโตรนาส ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานของรัฐบาลมาเลเซีย เพื่อทำงานด้วยกัน และร่วมสำรวจโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนที่มีศักยภาพในมาเลเซีย

 เชื้อเพลิงชีวภาพและไฮโดรเจน

เชื้อเพลิงชีวภาพยังมีบทบาทสำคัญในอนาคตที่จะมีคาร์บอนต่ำลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งเชิงพาณิชย์

อิมพีเรียล ออยล์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเราที่แคนาคา กำลังพัฒนาแผนเพื่อผลิตไบโอดีเซลที่โรงกลั่นน้ำมันสแตรธโคน่าในเอ็ดมันตัน โดยใช้เทคโนโลยีตัวเร่งปฏิกิริยาของบริษัทเอง ทำให้ได้เปรียบในการผลิต ไบโอดีเซลเป็นเชื้อเพลิงที่สามารถขนส่งไปพร้อมกับผลิตภัณฑ์น้ำมันเบนซิน เพื่อใช้งานกับเครื่องยนต์ทุกวันนี้ได้ โดยปล่อยคาร์บอนน้อยกว่าน้ำมันดีเซลแบบเดิมถึงร้อยละ 70

ในสหรัฐฯ เราขยายความตกลงร่วมกับโกลเบิล คลีน เอเนอร์จี้ เพื่อจัดซื้อไบโอดีเซลจากโรงกลั่นน้ำมันชีวภาพในเบเคอร์ฟิลด์ แคลิฟอร์เนีย ถึงปีละ 5 ล้านบาร์เรล โดยจะเริ่มในปีหน้านี้

เอ็กซอนโมบิลยังผลิตไฮโดรเจนปีละประมาณ 1.3 ล้านเมตริกตัน และกำลังพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะลดค่าใช้จ่ายในการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

และสุดท้าย เรายังคงเดินหน้างานวิจัยร่วมกับพันธมิตรที่เป็นมหาวิทยาลัยและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ เพื่อสำรวจเทคโนโลยีเชื้อเพลิงชีวภาพใหม่ ๆ สำหรับใช้ในเชิงพาณิชย์

นโยบายสนับสนุน

ความช่วยเหลือจากภาครัฐมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนานโยบายที่ถาวร สามารถคาดการณ์และขับเคลื่อนตลาดได้ เพื่อช่วยผลักดันให้มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุดโดยมีค่าใช้จ่ายต่ำสุดต่อสังคม ตัวอย่างเช่น นโยบายระยะแรกที่สนับสนุนการดักจับและกักเก็บคาร์บอน จะเอื้อต่อการพัฒนาตลาดที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งลดค่าใช้จ่ายและสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนเพิ่ม

เพื่อให้มีการใช้งานเทคโนโลยีในจังหวะและขนาดที่ต้องการ เพื่อสนับสนุนความปรารถนาอย่างแรงกล้าของสังคม ที่อยากเห็นอนาคตที่มีการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ นโยบายของรัฐจะต้องจัดให้มีการลงทุนโดยตรงและสร้างแรงจูงใจคล้ายกับที่เคยมีให้เทคโนโลยีเพื่อคาร์บอนต่ำอื่น ๆ เราสนับสนุนให้คาร์บอนมีราคาอย่างเปิดเผยมานานแล้วเพื่อเป็นแรงจูงใจในตลาด รวมทั้งจัดให้มีความมั่นคงและชัดเจนที่จำเป็นสำหรับการลงทุน

ไม่มีเทคโนโลยีหนึ่งใดที่สามารถช่วยให้สังคมบรรลุความใฝ่ฝันในการมีคาร์บอนต่ำลง นโยบายที่คาดการณ์ได้ มั่นคง และคุ้มค่า เป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการพัฒนาและการปรับขนาดที่เหมาะสมเพื่อใช้งานเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำที่หลากหลายในเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง

* ต่อตัวคำนวณก๊าซเรือนกระจกของทบวงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (EPA GHG)

Tags

  • icon/text-size
You May Also Like

สำรวจ เพิ่มเติม

สตรีในแวดวงวิทยาศาสตร์: การเปลี่ยนกรอบความคิดเกิดจากการตระหนักรู้
เชื้อเพลิงสดจากฟาร์ม
นักเรียน STEM คลื่นลูกใหม่ เตรียมพร้อมแก้โจทย์ในโลกแห่งความเป็นจริง