หมายเหตุจากบรรณาธิการ เรื่องราวนี้มีการปรับให้เป็นปัจจุบัน เพื่อสะท้อนให้เห็นพัฒนาการล่าสุด

ในปีพ.ศ.2564 โลกได้มาถึงจุดที่เกิดเหตุการณ์สำคัญครั้งใหญ่ในการต่อสู้กับโรคมาลาเรีย เป็นครั้งแรกที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ใช้วัคซีนมาลาเรียสำหรับเด็ก ซึ่งจะช่วยชีวิตเด็กได้หลายหมื่นคนในแต่ละปี การค้นพบครั้งสำคัญนี้เป็นการพัฒนาผ่านความร่วมมือกับ PATH ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนบางส่วนจากเอ็กซอนโมบิล

แต่การพัฒนานั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน เป็นเวลากว่า 20 ปี ที่ความคิดริเริ่มเกี่ยวกับมาลาเรียของเอ็กซอนโมบิล ได้มีส่วนให้เกิดความก้าวหน้าครั้งสำคัญๆ ในการต่อสู้กับโรคนี้ ความพยายามที่เริ่มต้นจากการปกป้องคนงานและชุมชนโดยรอบ ได้ค่อยๆ พัฒนากลายเป็นความคิดริเริ่มระดับโลก ที่รวมเอาความร่วมมือที่จะสร้างผลกระทบได้มากเข้าด้วยกัน อย่าง โครงการสุขภาพต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยอันทรงเกียรติของโลกบางแห่ง ทุนสนับสนุนการพัฒนายาต้านมาลาเรียตัวใหม่ และท้ายสุดจึงเป็นวัคซีนมาลาเรียชนิดแรกของโลก

“อย่างที่เราเห็นมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมาในการต่อสู้กับมาลาเรีย ว่ามีการลงทุนอย่างมากในด้านสาธารณสุข เพื่อให้เกิดชุมชนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น” เควิน เมอร์ฟี ประธานมูลนิธิเอ็กซอนโมบิลกล่าว “มีความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นในการรักษาโรคไข้มาลาเรีย รวมทั้งความพยายามที่จะป้องกันโรคนี้ทั่วโลก กลยุทธ์ในความร่วมมือของเรากับรัฐบาลและองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ได้ช่วยสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคนี้ ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และช่วยกระจายอุปกรณ์ในการรักษาและป้องกันเพื่อช่วยชีวิตคนไข้”

เอ็กซอนโมบิลลงทุนสนับสนุนเพื่อส่งมอบมุ้งนอนกว่า 15 ล้านหลัง ชุดวินิจฉัยโรค 4 ล้านชุด ชุดการรักษาด้วยยาต้านมาลาเรียจำนวน 5.3 ล้านชุด รวมทั้งให้การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจำนวนกว่า 750,000 คน จนถึงปัจจุบัน ความพยายามของเอ็กซอนโมบิลเป็นประโยชน์ต่อผู้คนในชุมชนที่มีไข้มาลาเรียเป็นโรคประจำถิ่นมากกว่า 125 ล้านคน

ในปาปัว นิวกินี เอ็กซอนโมบิลสนับสนุนการรณรงค์ที่มุ่งกำจัดโรคไข้มาลาเรียให้หมดสิ้นไปอย่างโครงการ Grassroots Soccer โดยให้การศึกษาและสร้างแรงบันดาลใจแก่เด็กๆ เพื่อพัฒนาทักษะที่จะลดโอกาสในการติดเชื้อ

โครงการรณรงค์ของ Grassroots ซึ่งเอ็กซอนโมบิลให้การสนับสนุน ได้สอนนักเรียนในปาปัว นิวกินีกว่า 285,000 คน เกี่ยวกับการป้องกัน การตรวจและรักษาโรคไข้มาลาเรีย และยังได้แจกจ่ายมุ้งกันยุงออกไปเป็นจำนวนกว่า 18,000 หลัง

ด้วยความทุ่มเทและการทำงานอย่างหนักของชุมชนสาธารณสุขในระดับโลก ทำให้การเสียชีวิตจากมาลาเรียลดลงกว่าครึ่งตั้งแต่ พ.ศ.2543 ขณะเดียวกัน การเข้าถึงมาตรการในการป้องกัน วินิจ­ฉัยและรักษาโรค ก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังสามารถป้องกันผู้คนจากโรคนี้ได้มากกว่า 1 พันล้านราย1 ซึ่งหมายถึงการช่วยชีวิตคนได้มากกว่า 7 ล้านคน

“ตั้งแต่ พ.ศ.2543 เป็นต้นมา เราได้ปกป้องพนักงานของเรา โดยมีการลงทุนเพื่อปรับปรุงการดูแลสุขภาพในชุมชนต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงสถานที่ดำเนินธุรกิจของเรา” คุณหมอวิคตอเรีย เวลดอน ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์และอาชีวอนามัยของเอ็กซอนโมบิลกล่าว “เรายังสนับสนุนความพยายามของประเทศที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ ในการป้องกัน ตรวจสอบและรับมือกับการระบาดของโรคอย่างรวดเร็วอีกด้วย ซึ่งเราหวังว่าจะสามารถช่วยบรรเทาการระบาดของโควิด-19 ได้ในระยะสั้น”

ในปาปัว นิวกินี โครงการการศึกษาต่างๆ เกี่ยวกับโรคไข้มาลาเรีย ได้ปรับให้รวมเอาข้อมูลเพื่อสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับโควิด-19 เข้าไปด้วย

บริษัทยังเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนองค์กรสาธารณประโยชน์ คือสมาชิกสโมสรโรตารีต่อต้านโรคไข้มาลาเรียแห่งปาปัว นิวกินี  (RAM) ในการจัดหามุ้งเคลือบสารกันยุงปีละประมาณ 40,000 หลัง จนถึงปัจจุบัน ได้จัดมอบมุ้งกว่า 11.5 ล้านหลังให้ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันก็ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาในระดับชุมชน เช่น ให้การศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันและรักษามาลาเรีย รวมทั้งการตรวจหาโรคในโรงเรียนต่างๆ

เอ็กซอนโมบิลมอบเงินทุนสนับสนุนให้ RAM จัดทำแผนที่การระบาดของมาลาเรียในเขตเมืองหลวงแห่งชาติ (NCD) และบางส่วนของจังหวัดในภาคกลางของปาปัว นิวกินี

สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เห็นส่วนที่มีความเสี่ยงสูงได้ชัดเจน และระบุแนวโน้มของโรคได้

เพื่อทำให้ NCD เป็นเขตปลอดโรค RAM ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบยืนยันการกำจัดโรคที่ได้รับการสนับสนุนจากเอ็กซอนโมบิล จะทำงานร่วมกับผู้ควบคุมดูแลมาลาเรียในระดับจังหวัดของ NCD และหน่วยงานด้านสาธารณสุขในท้องถิ่น ทำการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพระดับประเทศจากระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นรายวันและรายเดือน

การวิเคราะห์ข้อมูลนี้ใช้เพื่อยืนยันว่ามีการตรวจพบโรคไข้มาลาเรียภายในหรือนอกเขต NCD หรือไม่ ขณะเดียวกันก็มีการเฝ้าระวังบริเวณที่สงสัยว่าจะมีการแพร่พันธุ์ของลูกน้ำ เพื่อป้องกันการระบาดในอนาคต

แม้จะมีความก้าวหน้าสำคัญๆ ดังกล่าว แต่การระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 และความท้าทายอื่นๆ เช่น การดื้อยาต้านมาลาเรีย ก็คุกคามจนแทบมองไม่เห็นความสำเร็จจำนวนมากที่เกิดขึ้น ความกังวลใจในเรื่องนี้ตอกย้ำความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพทั่วโลก

ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมบริษัทพลังงานอย่างเอ็กซอนโมบิลจึงได้สนับสนุนการทำงานวิจัยเกี่ยวกับโรคในเขตร้อนมากขึ้น ผ่านการมอบทุนด้านสุขภาพระดับโลก ซึ่งจะส่งเสริมให้แพทย์จากปาปัว นิวกินี อินเดีย และเวียดนาม ได้ไปศึกษาเกี่ยวกับโรคเขตร้อน ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในสหราชอาณาจักร[3]

มาย้อนดูเหตุการณ์สำคัญๆ บางเรื่อง ตลอดเส้นทางความมุ่งมั่นของเอ็กซอนโมบิล ในการต่อสู้กับมาลาเรียเป็นเวลานานถึงสองทศวรรษ

Tags

  • icon/text-size
You May Also Like

สำรวจ เพิ่มเติม

พลังแห่งสาหร่าย
การตอบสนองไวรัสโคโรนา: รับมือความท้าทายใหม่ของเรา
CCS คืออะไร?