พบกับครอบครัว “ชาวเสือ” ในประเทศไทย

องค์กรพลเมืองดี

บริษัทได้กลายเป็นประหนึ่งชุมชนได้อย่างไร ?

อาจเป็นเพราะความมุ่งมั่น ความทุ่มเท จากคนรุ่นแล้วรุ่นเล่าที่เข้ามาทำงานเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

พบกับสองครอบครัว “ชาวเสือ” ในประเทศไทย และสิ่งที่พวกเขาได้ถ่ายทอดสืบต่อกันมาในเอ็กซอนโมบิลและเอสโซ่ พร้อมทั้งมีส่วนในการจัดหาพลังงานให้แก่ประเทศชาติ เป็นเวลาถึงกว่า 65 ปี ผ่านความตั้งใจและความมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตให้ดีขึ้น

นานกว่าครึ่งศตวรรษที่ครอบครัวอินทรเสนและเพ็งสวัสดิ์มีส่วนในการสร้างสรรค์พลังงานให้กับประเทศ แต่อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้พวกเขาเข้าทำงานกับบริษัทเดิมที่บรรพบุรุษเคยทำมาก่อน

จากถ้อยคำของคนรุ่นล่าสุดที่เข้าทำงานกับบริษัท มันไม่ได้เป็นเพียงพันธกิจในการจัดหาพลังงานให้กับประเทศเท่านั้น แต่เป็นความมุ่งมั่นที่มีต่อครอบครัวของตนเองและครอบครัวที่ใหญ่ขึ้นอย่างครอบครัวชาวเสือของเอ็กซอนโมบิล

พนักงานที่โรงกลั่นศรีราชาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิลในประเทศไทยที่ครอบครัว ‘เสือ’ เพ็ญสวัสดิ์และอินทรเสนทำงานอยู่ คำว่า “เสือ” เป็นชื่อที่รู้กันของเอสโซ่และเอ็กซอนโมบิลในเมืองไทย จากโลโก้เสือเอสโซ่ คำว่า “เสือ” เป็นชื่อที่รู้กันของเอสโซ่และเอ็กซอนโมบิลในเมืองไทย จากโลโก้เส

“บรรยากาศในที่ทำงาน สังคม สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนร่วมงาน ทั้งหมดนี้มีส่วนสำคัญ” พนักงานซึ่งเป็นคนรุ่นที่สามคือคุณวันเดช เพ็งสวัสดิ์ อธิบาย เมื่อถูกถามว่าทำไมถึงเลือกทำงานกับเอ็กซอนโมบิลในประเทศไทย

“แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดก็คือ การเห็นพนักงานคนอื่น ๆ เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่และคุณพ่อของผมจนกระทั่งถึงทุกวันนี้”

คุณพ่อของคุณวันเดช คือคุณโสภณ เพ็งสวัสดิ์ กล่าวว่า เขาเฝ้าดูเรือบรรทุกน้ำมันส่งพลังงานเวียนไปทั่วประเทศตั้งแต่รุ่นคุณพ่อของเขาเองคือคุณสังวาลย์ เพ็งสวัสดิ์ ยังทำงานอยู่ที่เอสโซ่ในช่วงทศวรรษที่ 1980 และ 1990 ส่วนความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานก็ผูกพันใกล้ชิด แม้นอกเวลางาน

“เราทำงานเหมือนเป็นครอบครัวชาวเสือเดียวกัน ต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกันเหมือนพี่น้อง” คุณโสภณกล่าว

ตระกูลเพ็งสวัสดิ์พนักงานหลายรุ่นของเอ็กซอนโมบิลและเอสโซ่

“ที่สำคัญที่สุดก็คือ บริษัทดูแลผมอย่างดี แม้แต่ในตอนที่เจ็บป่วย ผมเป็นโรคไต และบริษัทได้ช่วยเหลือผมมาตลอดเป็นเวลานานกว่าสิบปี จนกระทั่งผมได้รับการเปลี่ยนไตก่อนที่จะเกษียณ

ถึงแม้ผมจะเกษียณแล้ว ความสัมพันธ์ก็ยังไม่จบลง และพวกเราที่เป็นอดีตพนักงานยังคงพบปะติดต่อกันอยู่เรื่อยๆ” เขากล่าว

เรื่องราวก็เหมือนกันสำหรับครอบครัวอินทรเสน เมื่อคบเพลิงได้ถูกส่งต่อจากพ่อถึงลูกสาว

“ผมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเอสโซ่มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก” คุณประชา อินทรเสนกล่าว

ครอบครัวอินทรเสนใช้เวลาหลายชั่วอายุคนในการทำงานให้กับ บริษัท

“ผมทำงานอยู่ที่นี่มาถึง 34 ปี จนเกษียณ มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมไปแล้ว และตอนนี้ผมได้ส่งผ่านความทรงจำดี ๆ ให้กับลูกสาวของผม ให้เธอได้เรียนรู้และเติบโตในแบบของเธอเอง

“ไม่น่าเชื่อว่าครอบครัวอินทรเสนจะเคยทำงานที่นี่ถึงตอนนี้ก็สามรุ่นแล้ว และจะเป็นความทรงจำที่ดีของครอบครัวเราตลอดไป”

คุณโชติกา ลูกสาวของคุณประชา ซึ่งตอนนี้ทำงานอยู่กับเอ็กซอนโมบิล เคยใช้ช่วงเวลาตอนเด็ก ๆ ฟังคุณปู่กับคุณพ่อเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับชีวิตที่บริษัทพลังงานแห่งนี้

เธอกล่าวว่า “โตขึ้นแล้วมาทำงานที่นี่” เป็นคำพูดที่เคยได้ยินจากลูก ๆ ของพนักงานหลายคน และการได้เห็นสีหน้าพึงพอใจของคุณพ่อคุณแม่หลังการทำงานในแต่ละวัน ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันให้คนรุ่นต่อไปเข้าทำงานกับบริษัท

“ไม่มีวันไหนที่คุณพ่อไม่มีความสุขกับการทำงานที่นี่ และฉันเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันเมื่อได้มาทำงานที่นี่จริง ๆ” โชติกากล่าว

ในขณะที่ครอบครัวของพวกเขาเติบโต ทั้งครอบครัวอินทรเสนและครอบครัวเพ็งสวัสดิ์ก็ทำให้ครอบครัว “ชาวเสือ” เติบใหญ่ขึ้น ขณะเดียวกันก็มีส่วนร่วมในการจัดหาพลังงานให้กับประเทศต่อไป

Tags:   EssofamilyIntarasenPengsawatrefineryThailand
You may also like Text

สำรวจเพิ่มเติม